🌱 ตรวจโรคพืช AI
🌾 ข้าว·01 มิถุนายน 2569 เวลา 14:19

โรคราน้ำค้างรวงของข้าว (Bacterial Panicle Blight) — สาเหตุหลักโดย Burkholderia glumae

Burkholderia glumae

ความรุนแรง: สูงความแม่นยำ 90%🤖 gpt-5-mini
รูปพืชที่ตรวจ

🔍 อาการที่พบ

  • เมล็ดข้าวเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลอ่อนถึงสีน้ำตาลปานกลาง
  • ต่อมาบางเมล็ดอาจเปลี่ยนเป็นสีเทา ดำ หรือชมพู ซึ่งมักเกิดจากการแทรกซ้อนของแบคทีเรียหรือเชื้อราอื่นๆ
  • รวงข้าวยังคงตั้งตรง (ไม่ล้ม)

📋 สาเหตุของโรค

โรคราน้ำค้างรวงของข้าวเกิดจากแบคทีเรีย Burkholderia glumae ซึ่งเป็นเชื้อที่ถ่ายทอดผ่านเมล็ดพันธุ์ เชื้อจะเข้าทำลายรวงข้าวโดยเฉพาะในระยะตั้งท้องและการออกรวง โดยเฉพาะช่วงการติดเมล็ดและการอัดเมล็ดของเมล็ดข้าว กลไกการเกิดโรคเกี่ยวข้องกับการเกาะติดและการขยายตัวของแบคทีเรียบนดอกและเมล็ด ทำให้เนื้อเมล็ดเสื่อมสภาพ เปลี่ยนสี และอาจทำให้เมล็ดลีบหรือไม่สมบูรณ์ โรคมีการแพร่และพัฒนาขึ้นขึ้นอยู่กับอุณหภูมิ โดยพบการระบาดมากในสภาพอากาศร้อนและค่อนข้างแห้งในระยะปลายการเจริญเติบโต ความชุกของโรคจะเพิ่มขึ้นเมื่ออุณหภูมิกลางวันสูงกว่า 32°C และอุณหภูมิในเวลากลางคืนอยู่ที่ประมาณ 25°C ขึ้นไป นอกจากนี้ ระดับไนโตรเจนสูงในดินหรือการให้ปุ๋ยไนโตรเจนเกินความต้องการยังส่งเสริมการระบาดของโรค ข้าวที่ปลูกก่อนหน้าน้ำค้างฤดูใบไม้ผลิมักได้รับความเสียหายน้อยกว่าเนื่องจากอุณหภูมิที่เย็นกว่าในช่วงการตั้งท้องและการอัดเมล็ด

💊 วิธีรักษา

ควรใช้แนวทางการจัดการแบบบูรณาการ รวมมาตรการป้องกันเป็นหลักและใช้วิธีชีวภาพร่วมด้วยถ้ามี

ปัจจุบันยังไม่มีสารเคมีที่ทราบว่ามีประสิทธิผลในการควบคุม Burkholderia glumae อย่างแน่นอน

ปัจจุบันยังไม่ทราบวิธีการรักษาทางชีวภาพที่แน่นอนสำหรับ Burkholderia glumae หากมีข้อมูลหรือแนวทางใหม่ ๆ กรุณาติดต่อผู้เชี่ยวชาญหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล

🛡️ วิธีป้องกัน

  • ทำความสะอาดแปลงปลูก กำจัดซากพืชจากการเก็บเกี่ยวครั้งก่อนอย่างทั่วถึง
  • ใช้เมล็ดพันธุ์รับรองที่ปราศจากโรคเท่านั้น
  • เลือกใช้พันธุ์ข้าวที่มีความต้านทานเชิงส่วน (partial resistance) หากมี
  • ปลูกข้าวในช่วงต้นฤดู (ก่อนอากาศร้อนจัดในช่วงการตั้งท้อง) เพื่อลดความเสียหายจากโรค
  • ควบคุมการให้ปุ๋ย ไม่ให้เกินปริมาณที่แนะนำ โดยเฉพาะไนโตรเจน
  • หลีกเลี่ยงการให้น้ำมากเกินไป (หากระบบการให้น้ำเอื้อให้เกิดสภาพที่เอื้อต่อการระบาด ควรปรับการจัดการน้ำ)
  • ตรวจเฝ้าระวังแปลงอย่างสม่ำเสมอ เพื่อตรวจหาและจัดการต้นที่เป็นโรคตั้งแต่ระยะแรก
  • พิจารณาการหมุนเวียนพืชกับพืชที่ไม่เป็นโฮสต์ของเชื้อ เช่น พืชตระกูลถั่ว

🖼️ ภาพอ้างอิงโรค

ภาพอ้างอิง 1
ภาพอ้างอิง 2
ภาพอ้างอิง 3